
ภาพประตูเมืองหลวงพระบาง
จาก https://tourkrub.co/tours/10059-luang-prabang-laos-3d2n-fd.html
จาก https://tourkrub.co/tours/10059-luang-prabang-laos-3d2n-fd.html

ภาพเมืองหลวงพระบาง
จาก https://blog.bangkokair.com/เที่ยวหลวงพระบาง-รวมกิจ/
จาก https://blog.bangkokair.com/เที่ยวหลวงพระบาง-รวมกิจ/
ประวัติของเมืองหลวงพระบาง
หลวงพระบาง อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของลาวมาก่อนในยุคสมัยอาณาจักรล้านช้างตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า “เมืองชวา” อันเนื่องมากจากมีชาวชวาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่น และเมื่อ พ.ศ.1300 ขุนลอซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองเชียงทอง” เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. 1896-1916) เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน (ซึ่งแท้จริงคือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง) เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆของชนเผ่าไท-ลาว ในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู และนำกองทัพเพื่อกอบกู้ราชบัลลังก์กลับคืนแล้วสถาปนาอาณาจักรขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ขอม (มเหสีของเจ้าฟ้างุ้ม คือ พระราชธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น) อีกทั้งยังได้นำเอาพุทธศาสนาเข้ามาแทนการนับถือผี
ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้า พระองค์ได้อาราธนาพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีชื่อว่า “พระบาง” เป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า “หลวงพระบาง” นับแต่นั้นมา จนถึงเมื่อปี พ.ศ.2088 พระเจ้าโพธิสารราชเจ้าทรงพิจารณาว่าหลวงพระบางเป็นเมืองในหุบเขายากที่จะขยายให้เป็นเมืองใหญ่ จึงย้ายนครหลวงไปสร้างที่เมืองซายฟอง ตั้งเป็น “นครหลวงเวียงจัน” แต่เจ้ามหาชีวิตยังคงประทับอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง ทำให้หลวงพระบางเป็นเมืองทางเหนือมีเชื้อพระวงศ์ล้านช้างปกครอง จนกระทั่งกลับมาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างอีกครั้งในสมัยที่ลาวแตกเป็นสามอาณาจักร (อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง, อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์, อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์) กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ยังคงสืบทอดราชบัลลังก์กระทั่งถึงยุคสิ้นสุดของราชวงศ์ อันมีสาเหตุหลักมาจากตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม เวียดนาม และฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลวงพระบางกลายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน และเป็นราชธานีที่เก่าแก่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม

ภาพพระเจ้าฟ้างุ้ม
จาก http://kp-laostravel.blogspot.com/p/blog-page_14.html
จาก http://kp-laostravel.blogspot.com/p/blog-page_14.html

ภาพเมืองหลวงพระบาง
จาก https://www.winning-travel.com/product/4007/lpb02
จาก https://www.winning-travel.com/product/4007/lpb02
มนต์เสน่ห์แห่งหลวงพระบาง
หลวงพระบาง เป็นเมืองที่มีความงดงามทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เมืองถูกรายล้อมไปด้วยวัดวาอารามเหลืองอร่ามอันวิจิตรงดงาม อีกทั้งยังมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมเป็นอย่างสูง ด้วยชัยภูมิที่ค่อนข้างโดดเด่นของเมืองหลวงพระบาง และด้วยการที่ฝรั่งเศสย้ายศูนย์กลางการปกครองไปอยู่ที่เวียงจันทน์ ทำให้ราชธานีเก่าแก่อย่างหลวงพระบางยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้จนกระทั่งทุกถึงวันนี้ แม้ในยุคสงครามกลางเมืองอันยืดเยื้อก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ทำให้หลวงพระบางยังคงกลิ่นอายของร่องรอยทางประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ อาทิเช่น ตึกรามบ้านช่องสไตล์โคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสในยุคสมัยอาณานิคมและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ประกอบกับการดำรงชีวิตของชาวเมืองที่เรียบง่าย สืบสานขนบธรรมเนียมที่งดงามและประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ องค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หลวงพระบางเป็นเมืองที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538
สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในหลวงพระบาง
วัดเชียงทอง เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของลาว จนถูกขนานนามว่าเป็นดั่ง "อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว" วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช และยังคงรูปแบบศิลปะสมัยล้านช้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์
วัดเชียงทอง เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของลาว จนถูกขนานนามว่าเป็นดั่ง "อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว" วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช และยังคงรูปแบบศิลปะสมัยล้านช้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ภาพวัดเชียงทอง จาก https://www.modernpublishing.co.th/tag

ภาพวัดเชียงทอง
จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-wonders/wat-xieng-thong-temple/
จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-wonders/wat-xieng-thong-temple/
พระราชวังหลวงพระบาง พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงหันหน้าเข้าสู่พระธาตุพูสี ตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปแบบฝรั่งแต่หลังคาเป็นทรงแบบลาว ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารเตี้ยๆชั้นเดียวตั้งอยู่บนพื้นยกสูง มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมแบบลงตัวระหว่างศิลปะยุคอาณานิคมผสมกับศิลปะแบบล้านช้าง บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากร่มเงาของต้นไม้ และภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลลาวได้เปลี่ยนพระราชวังหลวงมาเป็น “หอพิพิธภัณฑ์” ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม ภายในพระราชวังมีห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ ห้องรับแขก และอื่นๆ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ของลาวในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศลาว อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของ "พระบาง" พระพุทธรูปอันเก่าแก่และคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบางอีกด้วย

ภาพพระราชวังหลวงพระบาง
จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-
wonders/wat-xieng-thong-temple/

จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-
wonders/wat-xieng-thong-temple/

ภาพพระบาง
จาก http://supreme-lanna.lnwshop.com/article/10027/พระบาง-เมืองหลวงพระบาง-สปป-ลาว
จาก http://supreme-lanna.lnwshop.com/article/10027/พระบาง-เมืองหลวงพระบาง-สปป-ลาว
พระธาตุพูสี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบางบนยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมสีที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะอยู่จุดไหนในเมืองหลวงพระบางก็สามารถมองเห็นประกายสีทองอร่ามขององค์พระธาตุเมื่อแสงแดดสาดส่องได้อย่างชัดเจน ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมปิดทองทั้งองค์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม บนยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูง 21 เมตร สถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้ทั้งเมือง แต่ทางเดินขึ้นด้านหน้าเป็นขั้นบันไดคดเคี้ยวสูง 328 ขั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปเยี่ยมชมควรเตรียมร่างกายให้พร้อม
ภาพพระธาติพูสี
จาก http://laostravel.indochinacharm.com/magnetic-mount-phousi-luang-prabang-laos-impressive-panorama/
จาก http://laostravel.indochinacharm.com/magnetic-mount-phousi-luang-prabang-laos-impressive-panorama/

ภาพพระธาติพูสี
จาก https://www.lonelyplanet.com/laos/luang-prabang/attractions/phu-si/a/poi-sig/442488/356927
จาก https://www.lonelyplanet.com/laos/luang-prabang/attractions/phu-si/a/poi-sig/442488/356927
ภาพบันไดทางขึ้นพระธาติพูสี จาก https://www.ilovetogo.com/Article/71/2472/Article.aspx
การตักบาตรข้าวเหนียว ยังเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของหลวงพระบาง ถือว่าเป็นประเพณีอันงดงามของชาวเมืองที่ยังคงสืบสานกันมาอย่างยาวนาน เป็นการตักบาตรที่คล้ายกับทางภาคอีสานของไทย โดยการตักบาตรข้าวเหนียว ชาวหลวงพระบางจะฟังเสียงกลองของวัดในยามเช้าตรู่ ซึ่งเป็นสัญญาณให้เตรียมตัวปูเสื่อรออยู่ริมทางที่พระจะเดินบิณฑบาต โดยการแต่งตัวของผู้หญิงจะต้องนุ่งผ้าซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ ผู้ชายจะต้องนุ่งกางเกงขายาวและมีผ้าพาดเช่นกัน ทั้งนี้ตอนใส่บาตร ผู้ใส่บาตรจะต้องไม่สวมรองเท้าและนั่งคุกเข่า
ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า หลวงพระบางเป็นราชธานีเก่าเก่าที่อุดมไปด้วยเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์อันลุ่มลึก เมืองแห่งนี้สามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถปรับให้เข้ากับสังคมเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายแต่น่าหลงใหล ธรรมชาติอันสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมที่สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนานและความผูกพันในพระศาสนาของคนเมืองนี้ที่ยังมีชีวิตชีวาไม่สูญหายเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เอกลักษณ์เหล่านี้เป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน และสามารถนำพาพวกเขาเหล่านั้นกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า และเมืองเล็กๆที่มีความงดงามจนได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกแห่งนี้ ยังคงรอให้ไปท่านไปสัมผัสด้วยตัวของท่านเอง
อ้างอิง
ประชาชื่น.(2559).หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต(1).ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_96758
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.(2559).การศึกษาบทเรียน
จาก เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง สู่ว่าที่เมืองมรดกโลกเชียงใหม่: กรณีศึกษาการกำหนดเขต
การใช้ที่ดิน และการ แปลงเฮือนพักนักท่องเที่ยว”.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
http://www.sri.cmu.ac.th/~ctrd/uploads/files/file_20180509_1525839294.pdf?
fbclid=wAR06rtw30UrFlhmbuO9BgLzmaTAeAL_0hssJOVjDynhe4G-XZEGR852Ln58
Go!Graph. (2561).[Go!Graph x Sofitel] Luang Prabang ปล่อยชีวิตให้ช้าลงที่ หลวงพระบาง.ค้น
เมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก http://go-graph.com/gograph-x-sofitel-luang-prabang/
LuangPraBang.(2556).ประวัติหลวงพระบาง.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
http://luangprabangtour.com/%E0%B8%9B
TrueID.(2561).10 ที่เที่ยว หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
https://travel.trueid.net/detail/4wb7bpqnp9W
อ้างอิง
ประชาชื่น.(2559).หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต(1).ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_96758
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.(2559).การศึกษาบทเรียน
จาก เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง สู่ว่าที่เมืองมรดกโลกเชียงใหม่: กรณีศึกษาการกำหนดเขต
การใช้ที่ดิน และการ แปลงเฮือนพักนักท่องเที่ยว”.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
http://www.sri.cmu.ac.th/~ctrd/uploads/files/file_20180509_1525839294.pdf?
fbclid=wAR06rtw30UrFlhmbuO9BgLzmaTAeAL_0hssJOVjDynhe4G-XZEGR852Ln58
Go!Graph. (2561).[Go!Graph x Sofitel] Luang Prabang ปล่อยชีวิตให้ช้าลงที่ หลวงพระบาง.ค้น
เมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก http://go-graph.com/gograph-x-sofitel-luang-prabang/
LuangPraBang.(2556).ประวัติหลวงพระบาง.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
http://luangprabangtour.com/%E0%B8%9B
TrueID.(2561).10 ที่เที่ยว หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
https://travel.trueid.net/detail/4wb7bpqnp9W



No comments:
Post a Comment