Friday, September 20, 2019

พระนางลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์

Image result for Lakshmi
ภาพพระลักษมี จาก https://www.spiri-apps.com/en/attracting-abundance/

           พระลักษมี เป็นหนึ่งใน “ตรีเทวี” ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เชื่อกันว่าพระนางเป็นเทวีผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์และทรงเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย ความมีโชคลาภ ความฉลาดรอบรู้ ความสวยงาม ความบริสุทธิ์ ความเพรียบพร้อมและความเจริญรุ่งเรือง พระนางเป็นชายาของพระวิษณุเทพเจ้าผู้ดูแลรักษาโลก หนึ่งในสามของเทพเจ้าสูงสุด ในศาสนาฮินดูจึงนิยมสักการบูชาพระนางลักษมีเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังพบการบูชาพระลักษมีเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญองค์หนึ่งในศาสนาเชนและศาสนาพุทธเช่นกัน

กำเนิดพระลักษมี

ภาพกวนเกษียรสมุทร จาก https://www.ch3thailand.com/news/scoop/14034

           ในคัมภีร์มหาภารตะของศาสนาฮินดูกล่าวไว้ว่า พระนางลักษมีกำเนิดจากฟองน้ำในตอนที่เหล่าเทวดาและอสูรทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤตมาดื่มกิน พระนางจึงได้นามว่า “ชลธิชา” (เกิดแต่น้ำ) หรือ “กษีราพธิตนยา” (ธิดาแห่งทะเลน้ำนม) ในขณะที่กวนเกษียรสมุทรอยู่นั้นได้มีของวิเศษเกิดขึ้นมากมาย พระนางคือของวิเศษที่ปรากฏขึ้นเป็นสิ่งที่ 7  โดยผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทรประทับนั่งบนดอกบัวและในมือถือดอกบัวจึงมีอีกนามหนึ่งว่า “ปัทมา” หรือ “กมลา” (มีความหมายว่าดอกบัว)

Image result for พระนางลักษมี กวนเกษียรสมุทร

           ความงามของพระนางนั้นไม่สามารถหานางฟ้าใดมาเปรียบได้ แม้แต่ปวงฤๅษีที่มีตบะแก่กล้ายังต้องตกตะลึงในความงดงาม เหล่าคนธรรพ์ต่างเอ่ยสรรเสริญความงามของพระนาง เหล่านางอัปสรลอยห้อมล้อมอยู่เต็มท้องฟ้า คงคาในสวรรค์หลั่งน้ำอวยพรให้ ช้างเทวดาก็ใช้งวงจับภาชนะทองตักน้ำมารดถวาย ส่วนเกษียรสมุทรได้ถวายพวงมาลัยทิพย์ที่ร้อยด้วยดอกไม้สวรรค์ซึ่งไม่มีวันเหี่ยวเฉา และพระวิศวกรรมเทพแห่งการช่างและศิลปะก็ทรงเนรมิตเครื่องทรงถวาย พระนางได้นำพวงมาลัยทิพย์มาคล้องให้พระวิษณุ พระวิษณุจึงได้พระนางลักษมีเป็นชายาคู่บารมีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

Related image
ภาพพระรามกับนางสีดา 

           พระนางลักษมีได้เลือกพระวิษณุเป็นพระสวามีนิรันดร์ เมื่อพระวิษณุได้อวตารเป็นพระราม พระนางได้อวตารตามไปเป็นนางสีดา เมื่อพระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ พระนางอวตารไปเป็น พระนางราธา หรือ พระรุกมิณี เป็นต้น 
           ในบันทึกโบราณของอินเดียมักถือให้สตรีทั้งปวงเป็นรูปแปลงของพระลักษมี การสมรสและความสัมพันธ์เชิงสามี-ภรรยาของพระลักษมีและพระวิษณุ เป็นแบบอย่างในพิธีกรรมต่างๆของการแต่งงานแบบฮินดู และการที่พระนางเป็นผู้เลือกพระวิษณุเป็นพระสวามีด้วยตนเอง จึงกลายมาเป็นที่มาของพิธีวิวาห์แบบผู้หญิงเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชายจากผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย หรือเป็นผู้เลือกฝ่ายชายเป็นสามีเอง เรียกว่า “พิธีสยุมพร

สัญลักษณ์ของพระลักษมี

           สตรี พระนางเป็นสัญลักษณ์ของเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทรงมีรูปโฉมงดงาม มีนัยน์ตาเหมือนดั่งกลีบดอกบัว สะโพกผายมีทรวดทรงองค์เอว พระวรกายอยู่ในวรรณะขาวหรือทอง แต่งองค์อย่างนางกษัตริย์ สวมเครื่องประดับศีรษะที่ทำจากเพชรพลอย สวมสร้อยสังวาลย์ กุณฑลและธำมรงค์  รูปของพระนางมักปรากฏอยู่คู่กับดอกบัว ทรงประทับบนดอกบัวทั้งการประทับนั่งและยืน และจะถือดอกบัวอยู่เสมอ อีกทั้งยังมักปรากฏในปางที่เรียกว่า “คชลักษมี” โดยจะอยู่คู่กับดอกบัวแล้วช้างเสมอ

Image result for คชลักษมี
ภาพคชลักษมี จาก https://www.siamganesh.com/laksmi8devi.html

           ดอกบัว เกี่ยวข้องกับพระลักษมี แสดงถึงความบริสุทธิ์และพลังแห่งจิตวิญญาณ และตามความเชื่อของชาวอินเดีย ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของน้ำที่ก่อให้เกิดความความอุดมสมบูรณ์ การเจริญงอกงาม 
           ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของเมฆฝน ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ตามความเชื่อของชาวอินเดีย 
           ดั้งนั้นพระลักษมีที่ปรากฏอยู่คู่กับดอกบัวและช้าง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกประการ


          ตามคติอินเดียพระลักษมีจะปรากฏในรูปกายหลักๆอยู่ 8 รูป เรียกว่า “อัษฏ-ลักษมี” ได้แก่

Image result for ลักษมี 8 ปาง
ภาพ อัษฏ-ลักษมี จาก https://www.siamganesh.com/laksmi8devi.html

           1. อธิลักษมี (Adhi Lakshmi) หรือ มหาลักษมี (Maha Laksshmi) พระลักษมีองค์หลัก มี 4 กร กรหนึ่งถือดอกบัว อีกกรหนึ่งถือธงสีขาว ส่วนอีก 2 กรที่เหลือจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้เป็นปางที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุด เพราะพระนางอวตารมายังโลกมนุษย์ เชื่อกันว่าปางนี้จะประทานพรแห่งความสำเร็จทั้งทางด้านการเงิน การงาน และความรัก
           2. ธันยลักษมี (Dhanya Lakshmi) พระลักษมีแห่งธัญหาร มี 8 กร โดยจะถือดอกบัวสองดอก คฑา รวงข้าว อ้อย กล้วย ส่วนอีก 2 กร แสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งความเจริญและความอุดสมบูรณ์ในด้านพืชพรรณธัญญาหาร มีความเชื่อว่า พระแม่โพสพ คือภาคแบ่งของปางนี้
           3. ไธรยลักษมี (Dhairya Lakshmi) หรือ วีรลักษมี (Veera Lakshmi) ปางนี้พระนางมี 8 กร แต่ละกรถือ จักร สังข์ ชาม ลูกศร ตรีศูล (บางครั้งจะเป็นดาบ) ธนู ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระเป็นเป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ
           4. คชลักษมี (Gaja Lakshmi) พระลักษมีแห่งช้าง ประทับนั่งบนดอกบัว มี 4 กร 2 กรถือดอกบัวทั้งสองข้าง ส่วนอีก 2 กรแสดงปางอภัยมุทรา มีช้างสองเชือกขนาบข้างซ้ายขวาในงวงมีหม้อน้ำและรดน้ำจากหม้อน้ำให้ ปางนี้ถือว่าเป็นเทวีแห่งความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์และอุดมไปด้วยพาหนะและสรรพสัตว์ โดยทั่วไปแล้วรูปเคารพของพระนางลักษมีมักปรากฏเป็นปางนี้
           5. สันตนลักษมี (Santhana Lakshmi) มี 6 กร โดย 2 กรถือหม้อกลัศ อีก 2 กรถือโล่และดาบ อีกกรหนึ่งแสดงปางอภัยมุทรา มีเด็กชายถือดอกบัวนั่งอยู่บนตัก ส่วนอีกหนึ่งกรโอบเด็กชายไว้ ในภาคปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งการสืบพันธุ์ ความเจริญและอุดมไปด้วยลูกหลานและครอบครัว
           6. วิชยลักษมี (Vijaya Lakshmi) มี 8 กร แต่ละกรจะถือ สังข์ ดาบ โล่ ดอกบัว คฑาและบ่วงบาศ ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าเป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยชัยชนะและความสำเร็จ
           7. ธนลักษมี (Dhana Lakshmi) มี 6 กร ในแต่ละกรถือ จักร สังข์ หม้อกลัศ คันธนูกับลูกศร และดอกบัว ส่วนอีกหนึ่งกรจะแสดงปางอภัยมุทราและมีเหรียญทองตกลงมาจากพระหัตถ์ ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เจริญไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง
           8. ไอศวรรยลักษมี (Aishwarya Lakshmi) หรือ วิทยลักษมี (Vidhya Lakshmi) มี 4 กร  2 กรถือดอกบัว ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยความรอบรู้ และเป็นพระลักษมีแห่งคุณสมบัติอันยิ่งใหญ่

พระลักษมีและพระวิษณุ 

Related image
ภาพ พระวิษณุประทับคู่กับพระลักษมี 

ภาพพระลักษมีประทับเดี่ยว 

           เมื่อพระลักษมีประทับเคียงข้างพระวิษณุ ทั้งอยู่ในอิริยาบถทรงยืนเคียงข้างกัน ทรงยืนโอบกอดประทับเคียงข้างกัน ประทับโอบกอด และพระอิริยาบถบรรทม โดยส่วนใหญ่พระลักษมีจะมีเพียง 2 กรและถือดอกบัว แต่ถ้าประทับเดี่ยวโดยส่วนใหญ่จะมี 4 กร และถือดอกบัวอยู่เสมอเช่นกัน

ตัวอย่างศิลปะที่เกี่ยวกับพระลักษมี

หน้าบัน สลักภาพคชลักษมี
ภาพหน้าบันสลักภาพคชลักษมี ที่ปราสาทบันทายศรี จาก 

           หน้าบันสลักภาพคชลักษมี หน้าบันมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยม มีกรอบซุ้มแบบโค้งเข้าโค้งออก ตรงกลางด้านบนหน้าบันปรากฏภาพสลักคชลักษมี โดยตรงกลางเป็นรูปสลักพระลักษมีประทับนั่งบนดอกบัว มีช้างขนาบข้างทั้งด้านซ้ายและขวา ในงวงมีหม้อน้ำและกำลังชูงวงขึ้นเพื่อสรงน้ำให้พระนาง ส่วนด้านล่างสลักเป็นรูปครุฑกำลังจับพวงมาลัย

ภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทพนมรุ้ง 

           ภาพแกะสลักทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ เป็นรูปพระนารายณ์นอนตะแคงขวาอยู่บนพญาอนันตนาคราชที่ทำหน้าที่รองรับพระวรกาย กลางเกษียรสมุทร มีก้านดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีและพระพรหมประอยู่เหนือดอกบัว และมีพระลักษมีปรากฏอยู่บริเวณปลายพระบาทเพื่อคอยปรนนิบัติพระวิษณุ แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระสวามีของพระนางลักษมี

อ้างอิง 

กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์.(ม.ป.ป).หน้าบันรูปคชลักษมีที่โคปุระชั้นที่ 2 ด้านทิศตะวันออกของปราสาทบันทายสรี             - BANTEAY SREI.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562,

โขมสี มีภักดี.(2558).ความสำคัญและความหมาย จากประติมานวิทยาพระลักษมี และคชลัษมีจากหลัก
           ฐานโบราณคดี.สงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 21(1), 5-31.จาก 
           https://cdn.fbsbx.com/v/t59.2708-21/12023609_946502932062625_6141929_n.pdf/ 
           ประติมานลักหมี.pdf?_nc_cat=111&_nc_oc=AQkvHI8iBR_IohcwZJdksB_G7lI7M
           61H2s9SH9I4ItSVqX6VIOIiY2TQMIccs4Cjhs&_nc_ht=cdn.fbsbx.com
           &oh=f6404defc728493a52ce2899b9121939&oe=5D871A75&dl=1

เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว.(2550).รูปแบบและความเชื่อของงานศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพระศรี ลักษมี  
           ที่พบในประเทศไทยก่อนพุทธศตวรรษที่19.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562, 
           จาก https://cdn.fbsbx.com/v/t59.270821/70343544_446744889517356_
           4275546269931274240_n.pdf/Lakshami.pdf?_nc_cat=105&_nc_oc=AQmQikGuLV-  
           k4GwkEqzwR5DYtnHJRh0aOwYvKxRIUJdd0WYXlPzsPnO32lWZgMWHb0o&_nc_
           ht=cdn.fbsbx.com&oh=3258274d0dad36c703222b3f89d8d0a0&oe=5D86E5B8&dl=1

เชษฐ์ ติงสัญชลี.(ม.ป.ป).ทับหลังสลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562, 
           จาก https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/sculptureth/กัมพูชา/item/497-ทับหลัง 
           สลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์.html

เชษฐ์ ติงสัญชลี.(ม.ป.ป).หน้าบันสลักภาพคชลักษมี.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562, จาก
           https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/sculptureth/กัมพูชา/item/485-หน้าบันสลัก
           ภาพคชลักษมี.html







Tuesday, September 17, 2019

หลวงพระบาง ราชธานีอันเก่าแก่สู่เมืองมรดกโลก

           หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดเมืองเล็กๆอย่าง “หลวงพระบาง” แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงเป็นเมืองที่น่าประทับใจและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จนได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองมรดกโลก” จนเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก อีกทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” รวมทั้งได้รับรางวัลจากองค์กรระดับโลกต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น World’s Top City 2005 (ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ) รางวัล Award of Merit จากองค์กร UNESCO และรางวัล Best City จาก Wanderlust Travel


Image result for หลวงพระบาง
ภาพประตูเมืองหลวงพระบาง 
จาก https://tourkrub.co/tours/10059-luang-prabang-laos-3d2n-fd.html

           เมืองหลวงพระบาง (ลาว: ຫຼວງພຣະບາງ) เป็นแขวงหนึ่ง (เทียบจังหวัดของไทย) ของ สปป.ลาว ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ มีพื้นที่ทั้งหมด 16,875 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือของเมืองติดกับแขวงพงสาลีและเวียดนาม ทิศใต้ติดกับแขวงเชียงขวางและแขวงเวียงจันทน์ ทิศตะวันออกติดกับแขวงหัวพัน ทิศตะวันตกติดกับแขวง อุดมไซและแขวงไซยะบูลี มีแม่น้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู แม่น้ำเซือง ตัวเมืองหลวงพระบางตั้งอยู่ริมแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงคอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเมืองตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน หลวงพระบางมีประชากรประมาณ 430,000 คน มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรสำคัญ คือ ป่าไม้และแร่ธาตุ เช่น สังกะสี ทองแดง เหล็ก สินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ลูกเดือย ข้าวโพด ปอสา ไม้สักแปรรูป


Image result for หลวงพระบาง
ภาพเมืองหลวงพระบาง 
จาก https://blog.bangkokair.com/เที่ยวหลวงพระบาง-รวมกิจ/


ประวัติของเมืองหลวงพระบาง
           หลวงพระบาง อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของลาวมาก่อนในยุคสมัยอาณาจักรล้านช้างตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า “เมืองชวา” อันเนื่องมากจากมีชาวชวาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่น และเมื่อ พ.ศ.1300 ขุนลอซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองเชียงทอง” เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. 1896-1916)  เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน (ซึ่งแท้จริงคือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง) เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆของชนเผ่าไท-ลาว ในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู และนำกองทัพเพื่อกอบกู้ราชบัลลังก์กลับคืนแล้วสถาปนาอาณาจักรขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ขอม (มเหสีของเจ้าฟ้างุ้ม คือ พระราชธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น) อีกทั้งยังได้นำเอาพุทธศาสนาเข้ามาแทนการนับถือผี


 Image result for พระเจ้าฟ้างุ้ม
ภาพพระเจ้าฟ้างุ้ม 
จาก http://kp-laostravel.blogspot.com/p/blog-page_14.html

           ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้า พระองค์ได้อาราธนาพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีชื่อว่า “พระบาง” เป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า “หลวงพระบาง” นับแต่นั้นมา จนถึงเมื่อปี พ.ศ.2088 พระเจ้าโพธิสารราชเจ้าทรงพิจารณาว่าหลวงพระบางเป็นเมืองในหุบเขายากที่จะขยายให้เป็นเมืองใหญ่ จึงย้ายนครหลวงไปสร้างที่เมืองซายฟอง ตั้งเป็น “นครหลวงเวียงจัน” แต่เจ้ามหาชีวิตยังคงประทับอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง ทำให้หลวงพระบางเป็นเมืองทางเหนือมีเชื้อพระวงศ์ล้านช้างปกครอง จนกระทั่งกลับมาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างอีกครั้งในสมัยที่ลาวแตกเป็นสามอาณาจักร (อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง, อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์, อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์) กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ยังคงสืบทอดราชบัลลังก์กระทั่งถึงยุคสิ้นสุดของราชวงศ์ อันมีสาเหตุหลักมาจากตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม เวียดนาม และฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลวงพระบางกลายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน และเป็นราชธานีที่เก่าแก่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม

Image result for หลวงพระบาง
ภาพเมืองหลวงพระบาง 
จาก https://www.winning-travel.com/product/4007/lpb02

มนต์เสน่ห์แห่งหลวงพระบาง
           หลวงพระบาง เป็นเมืองที่มีความงดงามทั้งทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เมืองถูกรายล้อมไปด้วยวัดวาอารามเหลืองอร่ามอันวิจิตรงดงาม อีกทั้งยังมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมเป็นอย่างสูง ด้วยชัยภูมิที่ค่อนข้างโดดเด่นของเมืองหลวงพระบาง และด้วยการที่ฝรั่งเศสย้ายศูนย์กลางการปกครองไปอยู่ที่เวียงจันทน์ ทำให้ราชธานีเก่าแก่อย่างหลวงพระบางยังคงบรรยากาศแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้จนกระทั่งทุกถึงวันนี้ แม้ในยุคสงครามกลางเมืองอันยืดเยื้อก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ทำให้หลวงพระบางยังคงกลิ่นอายของร่องรอยทางประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ อาทิเช่น ตึกรามบ้านช่องสไตล์โคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสในยุคสมัยอาณานิคมและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ประกอบกับการดำรงชีวิตของชาวเมืองที่เรียบง่าย สืบสานขนบธรรมเนียมที่งดงามและประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ องค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งผลให้หลวงพระบางเป็นเมืองที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในหลวงพระบาง

           วัดเชียงทอง เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของลาว จนถูกขนานนามว่าเป็นดั่ง "อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว"  วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช และยังคงรูปแบบศิลปะสมัยล้านช้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์


Image result for เมืองเชียงทอง
ภาพวัดเชียงทอง จาก https://www.modernpublishing.co.th/tag

Related image
ภาพวัดเชียงทอง 
จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-wonders/wat-xieng-thong-temple/

            พระราชวังหลวงพระบาง พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว  พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงหันหน้าเข้าสู่พระธาตุพูสี ตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปแบบฝรั่งแต่หลังคาเป็นทรงแบบลาว  ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารเตี้ยๆชั้นเดียวตั้งอยู่บนพื้นยกสูง มีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมแบบลงตัวระหว่างศิลปะยุคอาณานิคมผสมกับศิลปะแบบล้านช้าง บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากร่มเงาของต้นไม้ และภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลลาวได้เปลี่ยนพระราชวังหลวงมาเป็น “หอพิพิธภัณฑ์” ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม ภายในพระราชวังมีห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ ห้องรับแขก และอื่นๆ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ของลาวในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศลาว อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของ "พระบาง" พระพุทธรูปอันเก่าแก่และคู่บ้านคู่เมืองของเมืองหลวงพระบางอีกด้วย

Image result for พระราชวังหลวงพระบาง
ภาพพระราชวังหลวงพระบาง 
จาก https://www.telegraph.co.uk/travel/worldwide-escorted-holidays/man-made-
wonders/wat-xieng-thong-temple/

Image result for พระบาง
           ภาพพระบาง 
จาก http://supreme-lanna.lnwshop.com/article/10027/พระบาง-เมืองหลวงพระบาง-สปป-ลาว

           พระธาตุพูสี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบางบนยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมสีที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะอยู่จุดไหนในเมืองหลวงพระบางก็สามารถมองเห็นประกายสีทองอร่ามขององค์พระธาตุเมื่อแสงแดดสาดส่องได้อย่างชัดเจน ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมปิดทองทั้งองค์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม บนยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูง 21 เมตร สถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้ทั้งเมือง แต่ทางเดินขึ้นด้านหน้าเป็นขั้นบันไดคดเคี้ยวสูง 328 ขั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปเยี่ยมชมควรเตรียมร่างกายให้พร้อม

ภาพพระธาติพูสี 
จาก http://laostravel.indochinacharm.com/magnetic-mount-phousi-luang-prabang-laos-impressive-panorama/

Related image
ภาพพระธาติพูสี 
จาก https://www.lonelyplanet.com/laos/luang-prabang/attractions/phu-si/a/poi-sig/442488/356927

ภาพบันไดทางขึ้นพระธาติพูสี จาก https://www.ilovetogo.com/Article/71/2472/Article.aspx

           การตักบาตรข้าวเหนียว ยังเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของหลวงพระบาง ถือว่าเป็นประเพณีอันงดงามของชาวเมืองที่ยังคงสืบสานกันมาอย่างยาวนาน เป็นการตักบาตรที่คล้ายกับทางภาคอีสานของไทย โดยการตักบาตรข้าวเหนียว ชาวหลวงพระบางจะฟังเสียงกลองของวัดในยามเช้าตรู่ ซึ่งเป็นสัญญาณให้เตรียมตัวปูเสื่อรออยู่ริมทางที่พระจะเดินบิณฑบาต โดยการแต่งตัวของผู้หญิงจะต้องนุ่งผ้าซิ่น มีแพรเบี่ยงหรือผ้าสไบพาดไหล่ ผู้ชายจะต้องนุ่งกางเกงขายาวและมีผ้าพาดเช่นกัน ทั้งนี้ตอนใส่บาตร ผู้ใส่บาตรจะต้องไม่สวมรองเท้าและนั่งคุกเข่า

ภาพจาก http://go-graph.com/gograph-x-sofitel-luang-prabang/

           ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า หลวงพระบางเป็นราชธานีเก่าเก่าที่อุดมไปด้วยเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์อันลุ่มลึก เมืองแห่งนี้สามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถปรับให้เข้ากับสังคมเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่ายแต่น่าหลงใหล ธรรมชาติอันสมบูรณ์  สถาปัตยกรรมที่สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนานและความผูกพันในพระศาสนาของคนเมืองนี้ที่ยังมีชีวิตชีวาไม่สูญหายเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เอกลักษณ์เหล่านี้เป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน และสามารถนำพาพวกเขาเหล่านั้นกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า และเมืองเล็กๆที่มีความงดงามจนได้รับการยกให้เป็นมรดกโลกแห่งนี้ ยังคงรอให้ไปท่านไปสัมผัสด้วยตัวของท่านเอง 

อ้างอิง

ประชาชื่น.(2559).หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต(1).ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก 
           https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_96758

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.(2559).การศึกษาบทเรียน

           จาก เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง สู่ว่าที่เมืองมรดกโลกเชียงใหม่: กรณีศึกษาการกำหนดเขต
           การใช้ที่ดิน และการ แปลงเฮือนพักนักท่องเที่ยว”.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
           http://www.sri.cmu.ac.th/~ctrd/uploads/files/file_20180509_1525839294.pdf?
           fbclid=wAR06rtw30UrFlhmbuO9BgLzmaTAeAL_0hssJOVjDynhe4G-XZEGR852Ln58

Go!Graph. (2561).[Go!Graph x Sofitel] Luang Prabang ปล่อยชีวิตให้ช้าลงที่ หลวงพระบาง.ค้น

           เมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก http://go-graph.com/gograph-x-sofitel-luang-prabang/
           
LuangPraBang.(2556).ประวัติหลวงพระบาง.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก
           http://luangprabangtour.com/%E0%B8%9B

TrueID.(2561).10 ที่เที่ยว หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก.ค้นเมื่อ 7 กันยายน 2562, จาก 

           https://travel.trueid.net/detail/4wb7bpqnp9W

พระนางลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์

ภาพพระลักษมี จาก  https://www.spiri-apps.com/en/attracting-abundance/             พระลักษมี เป็นหนึ่งใน “ตรีเทวี” ที่มีความสำคัญเป็นอ...