Monday, August 26, 2019

"บานา ฮิลล์" มนต์เสน่ห์แห่งดานัง

            สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากมีใครกำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวที่ให้กลิ่นอายความเป็นยุโรป แต่ราคาสบายกระเป๋า แถมยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม สามารถตอบโจทย์ความต้องการนั้นได้ เพราะที่นี่นอกจากจะมีธรรมชาติที่งดงามตระการตาแล้ว ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ดินแดนยุโรปแห่งเอเชีย อีกด้วย  ดังนั้นผู้เขียนจะพาไปรู้จักกับ "บานา ฮิลล์" สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เมืองจำลองสไตล์ฝรั่งเศสบนภูเขา ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

Ba Na Hill
ภาพจาก http://www.culturedcreatures.co/vietnam-ba-na-hill-cable-car

         ย้อนกลับไปช่วง ค.ศ. 1900 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ช่วงที่ฝรั่งเศสล่าอาณานิคมและตั้งถิ่นฐาน
"บานา ฮิลล์" (Ba Na Hillss) เป็นยอดเขาสูงที่ถูกปลูกสร้างให้เป็นหมู่บ้านฝรั่งเศส และปลูกเป็นบ้านพักตากอากาศให้ชาวฝรั่งเศสในขณะนั้น จนเมื่อฝรั่งเศสถอยถอนกำลังกลับประเทศ บานา ฮิลล์ ก็ถูกทิ้งร้างไปนานหลายปี จนช่วงปี ค.ศ. 2000 ที่นี่ก็ได้รับการบูรณะฟื้นฟูจากรัฐบาลเวียดนาม และรัฐบาลได้สร้างกระเช้า โรงแรม ร้านอาหาร ทุ่งลาเเวนเดอร์ องค์พระใหญ่ วัดจัีน และสวนสนุก เพื่ออำนวยความสะดวกมากมายเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ใกล้กับเมืองดานัง บานา ฮิลล์ ห่างจากเมืองดานังประมาณ    40 กิโลเมตร และสร้างขึ้นบนภูเขาเจืองเซิน (Troung Son) ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,489 เมตร ดังนั้นวิธีที่จะขึ้นไปถึงบานา ฮิลล์ ได้ก็คือต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้า แต่การเดินทางขึ้นบานา  ฮิลล์ มีค่าทางผ่าน รวมค่ากระเช้า ค่าเข้าชม และเครื่องเล่นต่างๆ แบบ Day Pass สำหรับชาวต่างชาติ 
 - ผู้ใหญ่ ราคา 650,000 ดอง
- เด็ก (สูงไม่เกิน 130 cm) ราคา 550,000 ดอง
- เด็กสูงน้อยกว่า 100 cm เข้าฟรี


ภาพจาก https://themomentum.co/bana-hills-danang-vietnam

      นอกจากนี้กระเช้าลอยฟ้าของ บานา ฮิลล์ มีความพิเศษมาก เนื่องจากได้รับการบันทึกสถิติโลกโดย Guinness Book เอาไว้ถึง 4 หมวดความเป็นที่สุด ได้แก่ 
1. กระเช้าไฟฟ้า ระยะทางยาวที่สุดในโลก 5,801 กิโลเมตร
2. กระเช้าไฟฟ้า ระยะจากฐานสู่ยอดสุงที่สุดในดลก 1,368 เมตร
3. กระเช้าไฟฟ้า ที่สายเคเบิลยาวที่สุดในโลก 11,587 เมตร
4. กระเช้าไฟฟ้า ที่สายเคเบิลหนัดที่สุดในโลก 141.24 ตัน


5 จุดไฮไลท์ของบานาฮิลล์ที่ไม่ควรพลาด

            1. สวนแห่งความรัก Le Jardin d'Amour Garden สวนดอกไม้แห่งนี้จะมีดอกไม้นานาพันธุ์มีหลากหลายสไตล์และสีสันที่งดงามลงตัว รวมไปถึงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ตั้งอยู่ริมหน้าผาที่มีฉากหลังเป็นทิวเขาและทะเลหมอก 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Le Jardin d'Amour Garde
ภาพจาก https://www.vietvisiontravel.com/post/locals-guide-ba-na-hills-top-things-see

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Le Jardin d’Amour Gardens
                                 ภาพจาก https://themomentum.co/bana-hills-danang-vietnam

       2. วัดจีน หลิน อึ๋ง (Linh Ung Pagoda) และองค์พระใหญ่สีขาว ได้บรรยากาศราวกับว่าอยู่บนยอดเขาในเมืองจีน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมจีนที่มีความงดงาม มีซุ้มประตูแบบจีนตั้งอยู่ริมหน้าผา เมื่อมองออกไปจะพบกับท้องฟ้าที่มีหมู่เมฆปกคลุม ให้ความรู้สึกราวกับประตูไปสู่สวรรค์ อีกทั้งยังมีองค์พระใหญ่สีขาวที่มีความสูงกว่า 6 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ linh ung pagoda
ภาพจาก https://stock.adobe.com/th

5.The statue of buddha-2
 ภาพจาก https://travelblog.expedia.co.th/asia

5.The statue of buddha-1
     ภาพจาก https://travelblog.expedia.co.th/asia

  3. สวนสนุก Fantasy Park เป็นสวนสนุกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายชื่อดังเรื่อง  Journey To The Center Of The Earth และ 2,000 Leagues Under The Sea แต่งขึ้นโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อว่า จูลส์ เวิร์น (Jules Verns) ในสวนสนุกจะประกอบไปด้วยหอคอยสูงที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในโลกเทพนิยาย มีสวนไดโนเสาร์ ภาพยนตร์ระบบ 3D ไปจนถึง 5D และยังมีเครื่องเล่นอีกหลากหลายประเภท



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ fantasy park bana hills
ภาพจาก https://fayfay.com/en-us/experience

ภาพจาก http://www.culturedcreatures.co/vietnam-ba-na-hill-cable-car

             4. หมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village) สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสในยุคกลางที่อยู่บนยอดเขา ให้บรรยากาศหรูหรางดงามราวกับอยู่ยุโรป ภายในหมู่บ้านมีการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างครบครัน อาทิเช่น โบสถ์ โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ french village bana hills
ภาพจาก https://www.kayak.co.th

ภาพจาก https://thestandard.co/danang-vietnam/

            5. สะพานลอยฟ้าโกลเด้น (Golden Bridge) เป็นสถานที่สำคัญบน บานา ฮิลล์ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือน เนืองจากสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นแปลกตา เป็นสะพานลอยฟ้าริมหน้าผาที่ให้บรรยากาศที่งดงามน่าหลงใหลสามารถชมวิวของเมืองดานังได้อย่างทั่วถึง โดยสะพานลอยฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ริมหน้าผาบนยอดเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,414 เมตร ระยะทางของสะพานมีความยาวประมาณ 500 เมตร เอกลักษณ์ที่มีความสวยงามอลังการของสะพานแห่งนี้ คือรูปปั้นมือขนาดใหญ่ที่รองรับและยกชูตัวสะพานอันเหลืองอร่ามเอาไว้


ภาพจาก https://fayfay.com/en-us/experience

ภาพจาก https://thestandard.co/danang-vietnam

             บานา ฮิลล์ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการไปเที่ยวแบบครอบครัว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยเพราะมีสวนสนุกให้เด็กๆเล่น มีวัดจีนสำหรับสักการะขอพร มีบรรยากาศที่ดีและแต่ละสถานที่มีเอกลักษณ์ที่งดงาม ซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่อชอบการถ่ายภาพเพราะมีหลากหลายมุมถ่ายภาพที่สวยงามให้เลือกสรร อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมยุโรปที่ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์เอาไว้ให้ท่านได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วจะหลงใหลในเสน่ห์ของ "บานา ฮิลล์" เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม


อ้างอิง
Cultured Creatures.(2559).DA NANG: "บานาฮิลล์" กระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลกของเวียดนาม  
           เจ้าของ 4 สถิติโลกกินเนสส์.ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2562, จาก 
           http://www.culturedcreatures.co/vietnam-ba-na-hill-cable-car/?
           fbclid=IwAR02Q0K7huohMJ3Od2D5ua4Mn67q8GkvBz9bzIoGeR0Rrjl4FUxzwQGU
           WO0

EXPEDIA TH.(2561).ชมวิว "บานาฮิลล์" ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสุดอลังการที่เวียดนาม.ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 
           2562, จาก https://travelblog.expedia.co.th/asia/bd07_september18/?
           fbclid=IwAR1HbAsV-hfiqGVPwojnCCWmKv5u-_-qRx4Flqadqjrf3V5oY-wM3Ltep0A

Mushroom Travel.(2562).8 กิจกรรมสุดเฟี้ยว เที่ยวบานาฮิลล์ ที่ไม่ควรพลาด.ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม  
           2562, จาก https://www.mushroomtravel.com/page/vietnam-ba-na-hills/?            
           fbclid=IwAR0mSwkA41F7JO9MPWlV-r28u6ePmYaLvAdEyTdw-
           StGA40paDfmXcxIE3k

The Momentum.(2560).ขึ้นกระเช้า เที่ยว 'บานา ฮิลล์' แห่งดานัง.ค้นเมื่อ 24 สิงหาคม  2562, 
            จาก https://themomentum.co/bana-hills-danang-vietnam/?
            fbclid=IwAR3A31KTmhPIc70ibgEXqTVEcI4yXSVV1nFfkgHaBRNCOFp1yHEF2qrso
            6w

The Standard.(2561).บานา ฮิลล์ หุบเขาที่จะทำให้คุณลืมภาพเวียดนามแบบเดิมๆ.ค้นเมื่อ 24 
            สิงหาคม 2562, จาก https://thestandard.co/ba-na-hills/?
            fbclid=IwAR0CqImv3qiKlA5XVWT3ZXvDR71bpy_TpswSafMZCzgGsAVg-tC2ruWi-
            0o

Tuesday, August 6, 2019

ตำนานกวนเกษียรสมุทร ศิลปะอันทรงคุณค่าของอาณาจักรเขมรโบราณ

           หากจะกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศกัมพูชา สถานที่แรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องนึกถึงคงหนีไม่พ้นนครวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเคยมีคนกล่าวไว้ว่า “See Angkor Wat and Die” ก่อนตายขอให้ได้ไปชมนครวัดสักครั้งในชีวิต และหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่ไปเยือนนครวัดเป็นอันต้องหลงใหลในความมหัศจรรย์นั่นคือการนำหินขนาดใหญ่มหึมามาเรียงรายต่อกันแล้วสลักลวดลายอันวิจิตรบรรจงลงหินแต่ละก้อนอย่างปราณีตงดงาม โดยรอบผนังระเบียงของปราสาทนครวัดมีภาพแกะสลักหินที่บอกเล่าเรื่องราวจากวรรณคดีตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู เช่น รามายณะ มหาภารตยุทธ์ ปรากฏอยู่ทั่วไม่เว้นแม้กระทั่งกรอบประตูและช่องหน้าต่าง จึงทำให้ปราสาทนครวัดมีความงดงามอลังการ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของชาวเขมรโบราณและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรในสมัยที่เคยรุ่งเรือง ที่ถึงแม้มีอายุมานานนับพันปีแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู


ที่มา https://bangkokattractions.com

           ในจำนวนภาพแกะสลักทั้งหมดที่มีในปราสาทนครวัดมีอยู่ภาพหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดที่ผู้ไปเยือนนครวัดทุกคนต้องไปชม คือภาพแกะสลักที่ระเบียงทิศตะวันออกฝั่งใต้ ผนังกำแพงแกะสลักหินมีความยาวประมาณ 50 เมตร เป็นเรื่องราวจากคัมภีร์ภควัตปุราณะ ว่าด้วยตำนานการกวนเกษียรสมุทร ตรงกลางภาพเป็นรูปพระวิษณุประทับบนเขามันทระ ซึ่งมีพญานาควาสุกรีพันรอบเขา หัวนาคอยู่ทางด้านซ้ายมีอสูรฉุด 92 ตน หางนาคด้านขวามีเทวดา 88 องค์ ส่วนด้านล่างมีเต่ายักษ์หนุนเขาอยู่ ซึ่งเป็นร่างอวตารของพระวิษณุมีชื่อว่า “กูมาวตาร”


ที่มา http://thongkum.blogspot.com/2015/11/blog-post_88.html

ที่มา http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot/2008/07/16/entry-1

           เรื่องราวตำนานการกวนเกษียรสมุทร เกิดจากการที่ฤๅษีทุรวาสซึ่งเป็นร่างอวตารของพระศิวะ ได้รับพวงมาลัยดอกไม้ทิพย์จากพระแม่ปาราวตี แล้วบังเอิญพบกับพระอินทร์ซึ่งประทับอยู่บนพญาช้าง ฤๅษีทุรวาสจึงถวายพวงมาลัยดอกไม้ทิพย์ให้กับพระอินทร์ แต่เนื่องด้วยกลิ่นของพวงมาลัยดอกไม้ทิพย์นั้นทำให้พญาช้างเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จึงใช้งวงเหวี่ยงมาลัยทิพย์ลงพื้นแล้วกระทืบจนแหลกละเอียดต่อหน้าฤษีทุรวาส เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฤษีทุรวาสเกิดบันดาลโทษะ ด้วยความโกรธเคืองจึงสาปแช่งให้พระอินทร์และเหล่าเทพบนสวรรค์เพลี่ยงพล้ำในสงครามกับเหล่าอสูรในทุกครั้งไป พระวิษณุเห็นดังนั้นจึงออกอุบายช่วยเหลือเหล่าเทพโดยทำการกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอำมฤตมาดื่มเหล่าเทพจะมีชีวิตเป็นอมตะและไม่พ่ายแพ้ในสงคราม แต่เนื่องจากพิธีนี้ต้องอาศัยแรงอสูรมาร่วมมือด้วย พระอินทร์จึงหลอกล่อให้เหล่าอสูรมาช่วยกันกวนเกษียรสมุทรพอเสร็จแล้วจะแบ่งน้ำอมฤตให้ เหล่าอสูรหลงกลจึงได้เกิดพิธีการกวนเกษียรสมุทรขึ้น


ที่มา https://www.flickr.com/photos/92782865@N00/264702847

           พระวิษณุใช้เขามันทระเป็นแกนในการกวนน้ำในมหาสมุทรกลศะ ใช้พญานาควาสุกรีพันล้อมรอบเขาเป็นเชือกให้เทพดึงข้างหนึ่งอสูรดึงอีกข้างหนึ่ง ฝ่ายเทพฉลาดเลือกดึงหางนาคส่วนอสูรต้องดึงทางหัว การกวนผ่านไปเรื่อยๆโดยต่างฝ่ายต่างออกแรงฉุดพญานาควาสุกรีกันเป็นจังหวะ ทำให้เขามันทระหมุนเสียดสีกับพื้นเกิดการสั่นสะเทือนไปสามโลก อีกทั้งเขามันทระค่อยๆจมไปในมหาสมุทรเนื่องจากมีอสูรมัจฉาคอยแทะแผ่นดินเพื่อเปิดทางให้น้ำอมฤตไหลเข้าสู่โลกมนุษย์ พระวิษณุเห็นว่าหากปล่อยไว้แบบนั้นโลกอาจพังพินาศได้ จึงอวตารเป็นเต่ายักษ์กูรมาวตารเพื่อมาปราบอสูรมัจฉาและใช้กระดองของตนเองรองรับแรงเสียดสีของเขามันทระไม่ให้ทะลุมาโลกมนุษย์ พิธีกวนเกษียรสมุทรใช้เวลายาวนานจนพญานาควาสุกรีทนไม่ไหวพ่นพิษหาลาหลออกมา เหล่าอสูรที่อยู่ด้านหัวต่างได้รับความเจ็บปวดเป็นอันมาก และเนื่องด้วยพิษร้ายในคราวนี้เองจึงทำให้หน้าตาของพวกอสูรที่เคยงดงามประหนึ่งเป็นเทพต้องมลายหายไปเป็นมีหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัว อีกทั้งละอองพิษหาลาหลนี้ยังกระจายไปทั่วทั้งจักรวาล พระศิวะจึงช่วยดูดกลืนพิษร้ายที่เหลือทั้งหมดไว้ทำให้คอพระศิวะมีสีดำสนิท พระองค์จึงได้ชื่อว่านิลกัณฑ์ ผู้เขียนเคยได้ยินมาว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรักสีดำเปรียบดังคอของพระศิวะ อันเนื่องมาจากความเสียสละของพระองค์ที่รับพิษทั้งหมดไว้แทนมนุษย์


ที่มา http://www.siamganesh.com/hindu/archives/440

          เมื่อการกวนเกษียรสมุทรของเหล่าเทพและอสูรผ่านพ้นไปครบหนึ่งพันปีจนน้ำในมหาสมุทรข้นเป็นน้ำนม จึงเกิดสิ่งของวิเศษต่างๆขึ้นมา 14 อย่าง ได้แก่
          สิ่งแรกคือดวงจันทร์ พระวิษณุหยิบเอาดวงจันทร์มาทัดเป็นปิ่นปักผม เทวดาและอสูรเห็นถึงรัศมีที่เปล่งประกายงดงามของพระศิวะและดวงจันทร์คู่กันอย่างเหมาะสม จึงต่างสรรเสริญพระนามให้ใหม่ในทันทีว่า “จันทรเศขร”
          สิ่งที่สองคือ แก้วเกาสตุภะ พระวิษณุใช้เป็นเครื่องประดับพระอุระ
          สิ่งที่สามคือ ดอกบัวซึ่งมีพระนางลักษมีประทับอยู่ภายใน โดยพระนางลักษมีไปเป็นชายาของพระวิษณุ
          สิ่งที่สี่คือ นางวารุณีเทพีแหล่งสุราเมรัย
          สิ่งที่ห้าคือ ช้างเผือกเอราวัณ เป็นพาหนะประจำพระองค์ของพระอินทร์
          สิ่งที่หกคือ ม้าขาวอุจไจศรพ เป็นพาหนะของพระอินทร์
          สิ่งที่เจ็ดคือ ต้นปาริชาติ ดอกมีกลิ่นหอม มีสรรพคุณทำให้สามารถระลึกชาติได้ พระอินทร์จึงนำไปปลูกบนสวรรค์
          สิ่งที่แปดคือ โคกามเธนุหรือโคสุรภี แม่โควิเศษที่สามารถบันดาลได้ทุกสิ่งตามต้องการ
          สิ่งที่เก้าคือ หริธนู
          สิ่งที่สิบคือ สังข์
          สิ่งที่สิบเอ็ดคือ นางอัปสราผู้มีความสง่างาม 35 ล้านตน นางอัปสรเป็นผู้ที่มีทั้งความงามและความสามารถในการร้องรำทำเพลง ซึ่งร่ายรำอยู่ด้านบนเป็นการอวยพรการทำพิธีกวนเกษียรสมุทร อัปสรามีความหมายว่าผู้กำเนิดจากน้ำหรือผู้แหวกว่ายในน้ำ ซึ่งภายในปราสาทนครวัดมีภาพแกะสลักรูปนางอัปสรกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งปราสาทกว่า 1,700 องค์ โดยแต่ละองค์จะมีลักษณะท่าทางที่แตกต่างกันออกไป
          สิ่งที่สิบสองคือ พิษร้ายซึ่งไม่มีใครรับไว้ครอบครองนอกจากพวกเหล่าอสรพิษทั้งหลาย
          สิ่งที่สิบสามและสิบสี่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกันคือ ธันวันตริเป็นแพทย์สวรรค์ผู้ทูนหม้อน้ำอมฤตขึ้นมา แล้วค่อยๆ ประคองวางลงบนแท่นบัวทองคำอันวิจิตรสถิตอยู่ริมฝั่งเกษียรสมุทร


ที่มา http://www.baanjompra.com/webboard/thread-1142-1-1.html

ที่มี https://www.ch3thailand.com/news/scoop/14034

ที่มา https://www.pinterest.com/pin/306737424591655062/

           เมื่อได้น้ำอมฤตแล้วพระวิษณุจึงออกอุบายแปลงเป็นหญิงงาม “โมหิณี” เพื่อหลอกล่อให้เหล่าอสูรสนใจ พอสบโอกาสเหล่าเทพจึงรีบดื่มกินน้ำอมฤตโดยไม่เหลือให้เหล่าอสูรที่กำลังหลงใหลในความงามของนางโมหิณี แต่มีอสูรตนหนึ่งนามว่า “ราหู” ที่ไม่หลงใหลในหญิงงามและแอบแปลงกายเป็นเทวดาเข้าไปร่วมดื่มกินน้ำอมฤต พระจันทร์และพระอาทิตย์รู้เข้าจึงนำเรื่องไปฟ้องพระวิษณุ พระองค์จึงขว้างจักรสุทรรศนะไปตัดร่างราหูขาดเป็นสองท่อน แต่น้ำอมฤตที่ราหูดื่มลงไปถึงกระเพาะทำให้ท่อนบนราหูเป็นอมตะส่วนท่อนล่างกลายเป็นอสุรกายชื่อว่า “ดาวเกตุ”  ด้วยความเครียดแค้นในพระจันทร์และพระอาทิตย์ราหูจึงจับพระจันทร์และพระอาทิตย์กิน แต่ความที่ร่างมีเพียงครึ่งเดียวเมื่อกลืนก็หลุดออกมาทางท้อง กลายเป็นตำนานความเชื่อที่ทำให้เกิดเป็นสุรุปราคาและจันทรุปราคา


ที่มา https://www.facebook.com/AsianStudiesTH/posts/717795178295400/

          นอกจากในนครวัดแล้วภาพกวนเกษียรสมุทรยังได้ถูกพบในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อครั้งที่สถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์และได้สร้างนครธมเป็นราชธานี พระองค์ได้ให้ช่างรังสรรค์งานประติมากรรมเล่าเรื่องกวนเกษียรสมุทรไว้ที่ประตูทางเข้าเมืองทั้ง 4 ทิศ แสดงเป็นนัยว่าเมื่อกองทัพของพระองค์ยกทัพออกไปสู้รบกับศัตรู เปรียบเหมือนได้รับการประพรมน้ำอมฤตจากการกวนเกษียรสมุทรเพื่อชีวิตเป็นอมตะและมีชัยชนะตลอดกาล
ที่มา http://angkorwatsiemreapcambodia.blogspot.com/

           ตำนานการกวนเกษียรสมุทรยังคงรอให้ทุกท่านได้ไปสัมผัสกับเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์ใจนี้ด้วยตาของท่านเอง ผู้เขียนมั่นใจว่าเรื่องราวตำนานที่ถูกรังสรรค์ให้เป็นศิลปะเขมรโบราณนี้จะตราตรึงอยู่ในใจของผู้ไปเยือนดังเช่นที่ตราตรึงอยู่ในใจของผู้เขียนมิรู้ลืม

อ้างอิง

กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์.(ม.ป.ป.).รูปกวนเกษียรสมุทรที่ระเบียงคดชั้นที่ 2 ด้านทิศตะวันออก - ANGKOR  
           WAT.ค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2562, จาก http://art-in-sea.com/en/kavit/item/145-angkor-
           wat6.html
เชียงใหม่นิวส์.(2561).ตามรอยศิลปะขอม สู่ นครวัด นครธม.ค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561, จาก 
           https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/683907
ทองคำ วิรัตน์.(2558).ไขปริศนาความลี้ลับแห่งอังกอร์.ค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2562, จาก 
           http://thongkum.blogspot.com/2015/11/blog-post_88.html?m=1
Feng Shui.(2551).นครวัด..(๓)ตำนานกวนเกษียรสมุทรกำเนิดของอัปสราและราหูทำให้เกิด
           จันทรุปราคา ได้อย่างไรหาความจริงได้.ค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2562, จาก 
            http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz/2008/07/01/entry-1

พระนางลักษมี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์

ภาพพระลักษมี จาก  https://www.spiri-apps.com/en/attracting-abundance/             พระลักษมี เป็นหนึ่งใน “ตรีเทวี” ที่มีความสำคัญเป็นอ...