
ภาพพระลักษมี จาก https://www.spiri-apps.com/en/attracting-abundance/
พระลักษมี เป็นหนึ่งใน “ตรีเทวี” ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เชื่อกันว่าพระนางเป็นเทวีผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์และทรงเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย ความมีโชคลาภ ความฉลาดรอบรู้ ความสวยงาม ความบริสุทธิ์ ความเพรียบพร้อมและความเจริญรุ่งเรือง พระนางเป็นชายาของพระวิษณุเทพเจ้าผู้ดูแลรักษาโลก หนึ่งในสามของเทพเจ้าสูงสุด ในศาสนาฮินดูจึงนิยมสักการบูชาพระนางลักษมีเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังพบการบูชาพระลักษมีเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญองค์หนึ่งในศาสนาเชนและศาสนาพุทธเช่นกัน
กำเนิดพระลักษมี
ภาพกวนเกษียรสมุทร จาก https://www.ch3thailand.com/news/scoop/14034
ในคัมภีร์มหาภารตะของศาสนาฮินดูกล่าวไว้ว่า พระนางลักษมีกำเนิดจากฟองน้ำในตอนที่เหล่าเทวดาและอสูรทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤตมาดื่มกิน พระนางจึงได้นามว่า “ชลธิชา” (เกิดแต่น้ำ) หรือ “กษีราพธิตนยา” (ธิดาแห่งทะเลน้ำนม) ในขณะที่กวนเกษียรสมุทรอยู่นั้นได้มีของวิเศษเกิดขึ้นมากมาย พระนางคือของวิเศษที่ปรากฏขึ้นเป็นสิ่งที่ 7 โดยผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทรประทับนั่งบนดอกบัวและในมือถือดอกบัวจึงมีอีกนามหนึ่งว่า “ปัทมา” หรือ “กมลา” (มีความหมายว่าดอกบัว)
ภาพพระลักษมี จาก https://www.lakshminarayan-thailand.com/post/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A1-%E0%B8%A5-%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1
ความงามของพระนางนั้นไม่สามารถหานางฟ้าใดมาเปรียบได้ แม้แต่ปวงฤๅษีที่มีตบะแก่กล้ายังต้องตกตะลึงในความงดงาม เหล่าคนธรรพ์ต่างเอ่ยสรรเสริญความงามของพระนาง เหล่านางอัปสรลอยห้อมล้อมอยู่เต็มท้องฟ้า คงคาในสวรรค์หลั่งน้ำอวยพรให้ ช้างเทวดาก็ใช้งวงจับภาชนะทองตักน้ำมารดถวาย ส่วนเกษียรสมุทรได้ถวายพวงมาลัยทิพย์ที่ร้อยด้วยดอกไม้สวรรค์ซึ่งไม่มีวันเหี่ยวเฉา และพระวิศวกรรมเทพแห่งการช่างและศิลปะก็ทรงเนรมิตเครื่องทรงถวาย พระนางได้นำพวงมาลัยทิพย์มาคล้องให้พระวิษณุ พระวิษณุจึงได้พระนางลักษมีเป็นชายาคู่บารมีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ภาพพระรามกับนางสีดา
พระนางลักษมีได้เลือกพระวิษณุเป็นพระสวามีนิรันดร์ เมื่อพระวิษณุได้อวตารเป็นพระราม พระนางได้อวตารตามไปเป็นนางสีดา เมื่อพระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ พระนางอวตารไปเป็น พระนางราธา หรือ พระรุกมิณี เป็นต้น
ในบันทึกโบราณของอินเดียมักถือให้สตรีทั้งปวงเป็นรูปแปลงของพระลักษมี การสมรสและความสัมพันธ์เชิงสามี-ภรรยาของพระลักษมีและพระวิษณุ เป็นแบบอย่างในพิธีกรรมต่างๆของการแต่งงานแบบฮินดู และการที่พระนางเป็นผู้เลือกพระวิษณุเป็นพระสวามีด้วยตนเอง จึงกลายมาเป็นที่มาของพิธีวิวาห์แบบผู้หญิงเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชายจากผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย หรือเป็นผู้เลือกฝ่ายชายเป็นสามีเอง เรียกว่า “พิธีสยุมพร”
สัญลักษณ์ของพระลักษมี
สตรี พระนางเป็นสัญลักษณ์ของเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทรงมีรูปโฉมงดงาม มีนัยน์ตาเหมือนดั่งกลีบดอกบัว สะโพกผายมีทรวดทรงองค์เอว พระวรกายอยู่ในวรรณะขาวหรือทอง แต่งองค์อย่างนางกษัตริย์ สวมเครื่องประดับศีรษะที่ทำจากเพชรพลอย สวมสร้อยสังวาลย์ กุณฑลและธำมรงค์ รูปของพระนางมักปรากฏอยู่คู่กับดอกบัว ทรงประทับบนดอกบัวทั้งการประทับนั่งและยืน และจะถือดอกบัวอยู่เสมอ อีกทั้งยังมักปรากฏในปางที่เรียกว่า “คชลักษมี” โดยจะอยู่คู่กับดอกบัวแล้วช้างเสมอ

ภาพคชลักษมี จาก https://www.siamganesh.com/laksmi8devi.html
ดอกบัว เกี่ยวข้องกับพระลักษมี แสดงถึงความบริสุทธิ์และพลังแห่งจิตวิญญาณ และตามความเชื่อของชาวอินเดีย ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของน้ำที่ก่อให้เกิดความความอุดมสมบูรณ์ การเจริญงอกงาม
ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของเมฆฝน ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ตามความเชื่อของชาวอินเดีย ดั้งนั้นพระลักษมีที่ปรากฏอยู่คู่กับดอกบัวและช้าง จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกประการ
ตามคติอินเดียพระลักษมีจะปรากฏในรูปกายหลักๆอยู่ 8 รูป เรียกว่า “อัษฏ-ลักษมี” ได้แก่

ภาพ อัษฏ-ลักษมี จาก https://www.siamganesh.com/laksmi8devi.html
2. ธันยลักษมี (Dhanya Lakshmi) พระลักษมีแห่งธัญหาร มี 8 กร โดยจะถือดอกบัวสองดอก คฑา รวงข้าว อ้อย กล้วย ส่วนอีก 2 กร แสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งความเจริญและความอุดสมบูรณ์ในด้านพืชพรรณธัญญาหาร มีความเชื่อว่า พระแม่โพสพ คือภาคแบ่งของปางนี้
3. ไธรยลักษมี (Dhairya Lakshmi) หรือ วีรลักษมี (Veera Lakshmi) ปางนี้พระนางมี 8 กร แต่ละกรถือ จักร สังข์ ชาม ลูกศร ตรีศูล (บางครั้งจะเป็นดาบ) ธนู ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระเป็นเป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ
4. คชลักษมี (Gaja Lakshmi) พระลักษมีแห่งช้าง ประทับนั่งบนดอกบัว มี 4 กร 2 กรถือดอกบัวทั้งสองข้าง ส่วนอีก 2 กรแสดงปางอภัยมุทรา มีช้างสองเชือกขนาบข้างซ้ายขวาในงวงมีหม้อน้ำและรดน้ำจากหม้อน้ำให้ ปางนี้ถือว่าเป็นเทวีแห่งความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์และอุดมไปด้วยพาหนะและสรรพสัตว์ โดยทั่วไปแล้วรูปเคารพของพระนางลักษมีมักปรากฏเป็นปางนี้
5. สันตนลักษมี (Santhana Lakshmi) มี 6 กร โดย 2 กรถือหม้อกลัศ อีก 2 กรถือโล่และดาบ อีกกรหนึ่งแสดงปางอภัยมุทรา มีเด็กชายถือดอกบัวนั่งอยู่บนตัก ส่วนอีกหนึ่งกรโอบเด็กชายไว้ ในภาคปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งการสืบพันธุ์ ความเจริญและอุดมไปด้วยลูกหลานและครอบครัว
6. วิชยลักษมี (Vijaya Lakshmi) มี 8 กร แต่ละกรจะถือ สังข์ ดาบ โล่ ดอกบัว คฑาและบ่วงบาศ ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าเป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยชัยชนะและความสำเร็จ
7. ธนลักษมี (Dhana Lakshmi) มี 6 กร ในแต่ละกรถือ จักร สังข์ หม้อกลัศ คันธนูกับลูกศร และดอกบัว ส่วนอีกหนึ่งกรจะแสดงปางอภัยมุทราและมีเหรียญทองตกลงมาจากพระหัตถ์ ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย เจริญไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง
8. ไอศวรรยลักษมี (Aishwarya Lakshmi) หรือ วิทยลักษมี (Vidhya Lakshmi) มี 4 กร 2 กรถือดอกบัว ส่วนอีก 2 กรจะแสดงปางอภัยมุทรา ปางนี้ถือว่าพระองค์เป็นเทวีผู้เปี่ยมไปด้วยความรอบรู้ และเป็นพระลักษมีแห่งคุณสมบัติอันยิ่งใหญ่
พระลักษมีและพระวิษณุ

ภาพ พระวิษณุประทับคู่กับพระลักษมี

ภาพพระลักษมีประทับเดี่ยว
เมื่อพระลักษมีประทับเคียงข้างพระวิษณุ ทั้งอยู่ในอิริยาบถทรงยืนเคียงข้างกัน ทรงยืนโอบกอดประทับเคียงข้างกัน ประทับโอบกอด และพระอิริยาบถบรรทม โดยส่วนใหญ่พระลักษมีจะมีเพียง 2 กรและถือดอกบัว แต่ถ้าประทับเดี่ยวโดยส่วนใหญ่จะมี 4 กร และถือดอกบัวอยู่เสมอเช่นกัน
ตัวอย่างศิลปะที่เกี่ยวกับพระลักษมี

ภาพหน้าบันสลักภาพคชลักษมี ที่ปราสาทบันทายศรี จาก
หน้าบันสลักภาพคชลักษมี หน้าบันมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยม มีกรอบซุ้มแบบโค้งเข้าโค้งออก ตรงกลางด้านบนหน้าบันปรากฏภาพสลักคชลักษมี โดยตรงกลางเป็นรูปสลักพระลักษมีประทับนั่งบนดอกบัว มีช้างขนาบข้างทั้งด้านซ้ายและขวา ในงวงมีหม้อน้ำและกำลังชูงวงขึ้นเพื่อสรงน้ำให้พระนาง ส่วนด้านล่างสลักเป็นรูปครุฑกำลังจับพวงมาลัย
ภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทพนมรุ้ง
ภาพแกะสลักทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภะ เป็นรูปพระนารายณ์นอนตะแคงขวาอยู่บนพญาอนันตนาคราชที่ทำหน้าที่รองรับพระวรกาย กลางเกษียรสมุทร มีก้านดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีและพระพรหมประอยู่เหนือดอกบัว และมีพระลักษมีปรากฏอยู่บริเวณปลายพระบาทเพื่อคอยปรนนิบัติพระวิษณุ แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระสวามีของพระนางลักษมี
อ้างอิง
กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์.(ม.ป.ป).หน้าบันรูปคชลักษมีที่โคปุระชั้นที่ 2
ด้านทิศตะวันออกของปราสาทบันทายสรี - BANTEAY SREI.ค้นเมื่อ
19 กันยายน 2562,
โขมสี มีภักดี.(2558).ความสำคัญและความหมาย จากประติมานวิทยาพระลักษมี
และคชลัษมีจากหลัก
ฐานโบราณคดี.สงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์,
21(1), 5-31.จาก
https://cdn.fbsbx.com/v/t59.2708-21/12023609_946502932062625_6141929_n.pdf/
ประติมานลักหมี.pdf?_nc_cat=111&_nc_oc=AQkvHI8iBR_IohcwZJdksB_G7lI7M
61H2s9SH9I4ItSVqX6VIOIiY2TQMIccs4Cjhs&_nc_ht=cdn.fbsbx.com
&oh=f6404defc728493a52ce2899b9121939&oe=5D871A75&dl=1
เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว.(2550).รูปแบบและความเชื่อของงานศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพระศรี
– ลักษมี
ที่พบในประเทศไทยก่อนพุทธศตวรรษที่19.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562,
จาก https://cdn.fbsbx.com/v/t59.270821/70343544_446744889517356_
4275546269931274240_n.pdf/Lakshami.pdf?_nc_cat=105&_nc_oc=AQmQikGuLV-
k4GwkEqzwR5DYtnHJRh0aOwYvKxRIUJdd0WYXlPzsPnO32lWZgMWHb0o&_nc_
ht=cdn.fbsbx.com&oh=3258274d0dad36c703222b3f89d8d0a0&oe=5D86E5B8&dl=1
เชษฐ์ ติงสัญชลี.(ม.ป.ป).ทับหลังสลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562,
จาก https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/sculptureth/กัมพูชา/item/497-ทับหลัง
สลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์.html
เชษฐ์ ติงสัญชลี.(ม.ป.ป).หน้าบันสลักภาพคชลักษมี.ค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562, จาก
https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/sculptureth/กัมพูชา/item/485-หน้าบันสลัก
ภาพคชลักษมี.html




































